มองเธอ...ผู้ไม่เคยรู้จักมาก่อน
posted on 31 Oct 2009 15:31 by blt-horrorเธอ...
เป็นเพียงเสี้ยวแห่งการเหลือบมองชั่วขณะ
เธอ...
เป็นเหมือนกระจกส่องฉัน
เธอ...
เป็นดั่งสิ่งที่ดึุงดูดภวังค์และใจฉันให้มาอยู่ที่เธอทั้งสิ้น
เธอ...
คือ ใคร
เธอ...
ทำให้ฉันสับสน
ฉัน....
เหลือบมองเห็นเพียงชั่วขณะ
เธอ...
กำลังเลือกเสื้ออยู่
ฉัน...
อยู่ห่างกับเธอเพียง 2 เมตร
และอยู่เฉียงเป็นมุมแหลมจากเธอประมาณ 15 องศา
เมื่อสองตาได้สัมผัสรูปเธอ
ทั้งตาและใจ ก็ไม่สามารถหยุดควบคุมตนเอง
ให้ ไม่มองเธอ ได้
เธอคงเดินมากับแม่สินะ
เธอสูงกว่าฉันสัก 10 เซนต์ได้
เธอใส่แว่น
ใบหน้าที่สะกดใจฉัน
แม้จะไม่ได้สวยเลิศเลอ
ไม่ได้เรียบเนียนไร้ที่ติ
เธอมีสิวบ้างประปราย
แต่ทำไมไม่รู้ ฉันต้องมองเธอไม่หยุด
เธอสวมชุดนักศึกษาศิลปากร
กระโปรงพลีทสีดำเลยเข่า
นาฬิกาโลหะสีชมพู
เธอคงจะอายุมากกว่าฉันสินะ
ใช่ ต้องอายุมากกว่าอยู่แล้วนี่
เธอเดินไปที่ตำแหน่งอื่น
ขาของฉัน ใจของฉัน ไม่สามารถควบคุมได้
ที่จะเดินตามเธอไป เดิน...ไปหาเธอ
ไป...ไปมองเธอให้ใกล้กว่านี้
เธอเลือกเสื้ออยู่...
ดูอะไรน่ะ มีแต่เสื้อเด็กทั้งนั้นเลย
ฉันเข้าใกล้เธอ ห่างเพียง 1 เมตร
เพ่งพินิศ มองเธอ อย่างชื่นชม
แม้ไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ัจัก
แต่อะไร...ทำให้ฉัน
อยากรู้จักเธอ อยากพบเธออีก
เธอ...กำลังเทียบชุดเดรสว่าเหมาะกับเธอหรือเปล่า
แต่สำหรับฉัน...เธอใส่อะไรก็คงเหมาะ
แต่...ทำไมเธอ เดินดูแมนๆ ไงไม่รู้
คงเหมือนฉันแหละนะ
เดินไม่เหมือนผู้หญิงหรอก
แต่ฉันก็ชอบแต่งตัวบ้างเป็นบางอารมณ์เหมือนกันนะ
หรือเธอ...เป็นตัวตนของฉันอีกคนหนึ่ง
แค่รู้สึก หรือคิดชั่ววูบเท่านั้นแหละ
เธอ ช่างคล้ายกับ
ไอ้กบ ฉัน รุ่นน้องสายเยอรมันที่โรงเรียนคนหนึ่ง
และรุ่นพี่ ที่จบไปแล้วหนึ่งปีอีกคนหนึ่ง
ผสมกัน
ช่างเป็นส่วนผสมที่ลงตัว
ฉัน...กระเถิบเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น
ทำเป็นเนียน เลือกชุดเดรสมาเทียบ
ตายห่าแล้ว...เดรส 1,300 กว่า
ฉัน...คงไส้แห้งจนไส้ติ่งบิดเป็นเกลียวเพราะไม่มีตังค์ซื้อ
ทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่ 300 กว่า -*-
แอบจ้องเธอ พินิศพิศมองเธออย่างระวัง
เมื่อเธอหัน หันโดยไม่ได้เอะใจว่า ฉันมองเธออยู่
ฉัน รีบเอาชุดมาบังหน้าเอาไว้
และรอจังหวะ มองเธออีก
เธอเดินออกจากร้านไปแล้ว
ฉัน...คิดว่า คงไม่สามารถตามเธอได้แล้วแหละ
คงปล่อยเธอเดินไปกับแม่
ท่ามกลางฝูงชนมากมาย
ฉันเดินไปกับอึ้ม เรื่อยๆ
กินนู่นกินนี่เรื่อยๆ
และแล้ว...เจอเธออีกแล้ว !
เราสองต่างเดินผ่าน
เธอเดินผ่านไปอย่างไม่มีไรเกิดขึ้น
แต่ฉันสิ
กลับหันคอมองเธออย่างไม่ยอมหยุด
จนเธอหายลับไปกับตา ท่ามกลางฝูงชนเบียดเสียดมากมาย
ฉัน คงปล่อยเธอเดินไปกับแม่แล้วแหละ
ฉันเดินต่อไปเรื่อยๆ อีก
เดินคนเดียว เพราะอึ้มทิ้งฉันไปแล้ว
อึ้มบอก อึ้มเมื่อย ขี้เกียจเดินแล้ว
ฉันเองก็ปวดขาเช่นกัน
แต่เมื่อเจอเธอเมื่อครู่
ฝูงชนมากมาย ใบหน้าหลากหลาย
ฉันเหมือนมองไม่เห็นใครเลย
ฉันมองทุกคนเป็นเธอ
เธอผู้ใส่แว่น ผมสั้น
สวมชุดนักศึกษาศิลปากร
อยากรู้จังเธอเรียนอะไร คณะไหน
อยากจะดักรอเธอทุกประตู
อยากรอว่าเมื่อไรจะเจอเธออีก
หากเจอในโรงอาหาร
ฉันคงจะเจริญอาหาร ไม่ก็ไม่ได้ทานข้ิาวพอดี
ฉันคงจินตนาการว่านั่งทานข้าว มองหน้าเธอ
หากเธอกำลังเดินอยู่คนเดียว
ฉันอาจจะปั่นจักรยานตามเธอไป
แล้วถามว่า จะไปไหน ฉีนจะได้ไปส่งให้
ให้เธอซ้อนจักรยาน
ถึงเธอจะสูงใหญ่กว่า แต่ก็บ่ยั่น
เพราะฉันพ่วงเพื่อนที่หนักกว่า 80 โล ได้สบายๆ มาแล้ว
เรื่องอะไรจะให้เธอซ้อนจักรยานฉันไม่ได้
และหากมีเวลาเหลือ อาจจะได้ทำความรู้จักเธอก็ได้นะ
บ้า บ้าไปแล้ว อะไรวะเนี่ยเรา
ใช่ บ้าขนาดหนัก
แต่ช่างเถอะ
เธอ มันผิดนี่
เธอ ผิดเต็มประตู
ผิด ที่ทำให้ฉันสับสน
ฉันว่า ฉันเป็นสาวแล้วนะ
คงจะเป็นอย่างนั้นมั้ง
แต่นี่อะไร ใจฉัน
ช่างเต้นรัว เมื่อพบเธอเพียงชั่วครู่
คนแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอ
ทำให้ฉันอมยิ้ม หน้าแดง และจิตไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เพราะจิตไม่ได้อยู่ที่ฉัน จิต...อยู่ที่เธอ
ฉันไม่ได้เดินด้วยฉันเอง
แต่เดินเพราะเธอดึงดูดให้ฉันเข้าหา
ฉันคิดเป็นตุเป็นตะ
วางแผนว่า หากฉันอยู่กับเธอ
ฉันจะทำอย่างโน้นอย่างนี้
จะไปไหน จะทำอะไร
ฉันไม่สนหรอก
ว่าจะฉันเป็นเพศเดียวกับเธอ
ฉันเป็นผู้ชายหรือหญิงกันแน่เนี่ย ?
ฉันไม่สนหรอกว่า
เธอจะสูงกว่าฉัน
ฉันไม่สนหรอกว่า
เธอจะอายุมากกว่าฉัน
ก็แค่ นักศึกษา ปีไหนก็ไม่รู้
กับ เด็ก ม.ปลาย คนหนึ่ง
มันจะห่างกันมากแค่ไหนเชียว ?
อีกแล้ว ครั้งที่สามแล้วนะ ที่ฉันเจอเธออีก
เจอให้ฉันได้เฝ้ามองเธอห่างๆ อีก
เธออยู่หน้าร้านเสื้อผ้า กับแม่
ท่าทางเธอคงจะชอบแต่งตัวมากสินะ
แต่เธอกลับเดินยังกับจะไปลุยกับนักเลง
ขนข้าวของมาเยอะแยะ
เธอคงจะติดแม่มากเลย
ไม่รู้หรอกว่า เธอเป็นอย่างไร
แต่ฉันมองแล้ว คิดว่า
เธอคงจะเป็นเด็กดีของพ่อแม่มากๆ
อยากถ่ายรูปเธอมาเก็บไว้
แต่ฉันไม่ได้นำอะไรมาเลย
ทั้งกล้อง ทั้งโทรศัพท์
เวรตะไลจริงๆ ทำไมไม่พกอะไรมาบ้างวะ บัดซบชิบ
แต่ฉันก็อยากจะจำเธอเอาไว้ในใจอีกนานๆ
ว่าครั้งหนึ่ง
และครั้งแรกในชีวิตเด็กผู้หญิงอย่างฉัน
มี ผู้หญิง คนหนึ่ง ที่เมื่อพบแรกเจอ
แล้ว ทำให้ฉันใจเต้นแรง และอมยิ้มไม่หยุด
อยากเฝ้ามองไปนานๆ มอง...
อย่างกับ ชายหนุ่มที่แอบชอบหญิงสาวเมื่อแรกพบ
เธอเป็นคนแรก ที่ฉันเห็นแล้ว รู้สึกอย่างนั้น
เหมือนกับว่า...อยากจีบ อยากเข้าไปรู้จัก
ทำให้รู้สึกว่า เป็น love at first sight
งั้นเหรอ ?
ไม่เคยมีใครที่ฉันเห็นครั้งแรกแล้วเป็นอย่างนี้
ผ่านมา 16 ปี ไม่มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่ทำให้ฉันรู้สึกเช่นนี้
เธอ เป็น คนแรก จริงๆ
แสง สี เสียง ยามค่ำคืน
อึกทึก
ฉันคงหัวเสียที่ได้ยินเสียงเพลงดังกระหึ่มแทบปลิดขั้วหัวใจให้ขาดสะบั้น
แต่ตอนนี้
หัวใจฉันแทบขาดสะบั้น ไม่ใช่เพราะเสียงลำโพงขนาดยักษ์
แต่เป็น...เธอ
ฉันเคยหอมแก้ม ผู้หญิงคนหนึ่ง ตอน ป.4 ไป สองฟอด
เธอเป็นเด็กใหม่ หน้าตาน่ารัก
แล้ว ฉันก็ถูกครูลงโทษให้วิ่งรอบสนาม 10 รอบ
แต่ตอนนี้ ฉันเห็นเธอ อยากหอมแก้มเธอสักฟอด
แม้ต้องโดนวิ่งรอบสนามอีกมากกว่านี้หลายเท่า
ฉันก็ยอม
พล่ามอะไรวะเนี่ย
ยังกับเขียนจดหมายรัก ไม่ก็ไดอารี่บันทึกรัก
แต่ก็นั่นแหละ
มันอดไม่ได้ ที่จะบรรยาย ความตื่นเต้น และความรู้สึกคลั่งในตัวเธอเมื่อได้พบเจอเพียงครั้งแรก
ฉัน อยู่หน้าร้านเสื้อเร็กเก้
เอากระเป๋าเร็กเก้ับังหน้า ...บัง สายตากรุ้มกริ่ม และรอยยิ้ม ที่ยิ้มอยู่ตลอดเมื่อมองเธอ
คนเริ่มเบียดเสียดฉันมากขึ้น
ฉันจึงตัดสินใจ เดินเข้าไปในร้านเดียวกับที่เธอกำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่
เธอดูรองเท้า... ฉันก็ดูรองเท้า
ฉันหยิบส้นสูงสักคู่มาลองใส่ดู
ชิบผาย..... ตายละกู น่องยังกะขาหมู !
อยากไปดูดเซลลูไลซ์จากขาทิ้งออกให้หมด เผื่อขาจะเพรียวเล็กขึ้น -*-
เธอถามแม่ว่า คู่นี้เป็นยังไง เหมาะกับเธอไหม ?
ฉันหรอ...ถ้าเป็นฉัน อาจจะตอบไปว่า ใส่อะไรก็ได้ เธอก็ดูดีสำหรับฉัน
ฉันยืนอยู่อย่างนั้น มองเธอจากมุมร้าน
เธอยังมองไม่เห็นฉันอยู่ดี
มอง ....นานแสนนาน
เดินมามากแล้ว ขาฉันก็เมื่อยนะ
แต่ถ้าได้มองเธอ ...นานแสนนาน
ทำไมฉันกลับไม่รู้สึกเมื่อยเลย (วะ) ?
เมื่อไรหนอ ...เธอถึงจะเดินออกจากร้านไปเสียที
เมื่อไรหนอ ...เธอถึงจะเดินไปพ้นจากสายตาฉันเสียที
ไม่ใช่ว่าไล่หรอกนะ
แต่ มัน สามทุ่มครึ่งแล้ว
ม่าฉันคงบ่นแย่ ว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้าน
แต่ เธอยังอยู่ในสายตาฉันอย่างนี้
แล้วจะให้ฉันเดินไปไหนเล่า?
ฉันไม่อยากเดินไปไหนเลย อยากมองเธอ...นานนาน นานแสนนานเท่าที่จะนานได้
และแล้ว เธอก็เดินออกไปจากร้าน
เลี้ยวซ้าย หายวับไปกับตา
ฉันรีบวิ่งออกมาเพื่อให้เห็นเธอ แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวสุดท้ายก็เถอะ
และจะเก็บเธอเอาไว้ในความทรงจำ
ความทรงจำของความรู้สึกครั้งแรกในชีวิตที่เป็นแบบนี้
คนมากมาย เบียดเสียดแออัด
เห็นบางคู่....จูงมือกัน
อืม....ฉันอยากจูงมือเธอจังเลย
บางคู่ คล้องแขนกัน
อืม...ฉันจะเป็นคนให้เธอคล้องแขน หรือคล้องแขนเธอดีนะ ?
คนแออัด เดินชน กระแทกกระทั้น
ฉันไม่ถือสา และไม่สนใจว่าจะเดินชนใคร หรือใครจะชนฉัน
ถ้าเธอชนฉันก็คงจะดีสินะ .... ฮ้าาาาาาาาา
อากาศ...ที่ฉันสูด ไม่เคยหายใจลึกเท่านี้
คนแออัด อากาศน้อย
แต่ฉันหายใจเต็มปอด
ยิ้มอยู่คนเดียว
เดินหน้าลอย มองไปบนฟ้า
จินตนาการเป็นเธอ
เหมือนคนมีความรัก.... แม้จะรักแรกพบก็เถอะ
โอ๊ยยยยย เพ้อเว่ยเรา
เข้าใจความรู้สึกแล้ว ว่าทำไมไอ้เมย์มันเพ้อถึงพี่ที่มันชอบนักหนา
กลับมาบ้าน
เปิด เพลง Sundial Drems อัน อมตะนิรันดร์กาล ของ Kevin Kern
ฉัน เพ้อ อยู่หน้าคอม
ว่า อยู่ในสวนอันโรแมนติก ที่ใกล้ทะเลสาบอันงามงด
เธอค่อยๆ ปรากฎกาย
มาในชุดเดรส แต่งตัวสวย
เอ....ฉันจะสวยหรือจะหล่อต่อหน้าเธอดีนะ ?
เอาเป็นว่า อยากดูดีที่สุดสำหรับเธอละกัน
ฉันยื่นมือไป จับมือ และจุมพิตหลังมือเธออย่างแผ่วเบา
โอ๊ยยยยย เพ้อแล้วเรา บ้าไปแล้ววุ้ย
คิดอะไรเป็นตุเป็นตะ อกุศลวะเนี่ย
เดินไปด้วยกัน เลียบชายทะเลสาบ
นั่งม้านั่ง เฝ้ามองทะเลสาบน้ำสีคราม
จ้องมองเธอ ดวงตาอันกลมโต
สายลมพัดผ่านแผ่วพริ้ว เอื่อยๆ สัมผัสกาย
------------
ค่ำคืนนี้ ฝันถึงเธอ
ละเมอเพ้อพกถึงเธอผู้เป็นดวงใจเพียงแรกพบชั่วขณะของฉัน
---------------
อีก...นิดนึง ให้ดูพองาม
จงภูมิใจไว้เพื่อน อย่างน้อยเค้าก้อยังอยู่ในรั้วศิลปากรกับเรา ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นใครคณะไหนก้อเถอะ
ปล้ำลิง. ขอขำแปดล้านทีชุด dress 1300 กว่า นี่ถ้าไม่ใช่เพราะ ญ คนนั้นเเกคงไม่คิดอยากเข้าใกล้
#1 By LoveDonghae (58.9.93.200) on 2009-11-01 19:03